The person who risks nothing does nothing, has nothing, is nothing

QUOTES

Second sets of good quotes

07/14/2004

THOUGHTS

Meeting a person,

...ทุกอย่างนั้นใช้เวลา... เค้าว่ากันว่า ... อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลาเช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก เค้าว่ากันว่า ... อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ แค่ปกมันสวยเช่นเดียวกันคนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป เค้าว่ากันว่า .... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้ เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้ เค้าว่ากันว่า ... การชอบหนังสือสักเล่มไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า เช่นเดียวกันการรู้สึกดีกับใครสักคน ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย เค้าว่ากันว่า ... อย่ารู้สึกเสียดายเวลา กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไปเราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที

 

What it means to be poor?
One day a father of a very wealthy family took his son on a trip to the country with the firm purpose of showing his son how poor people can be.
They spent a couple of days and nights on the farm of what would be
considered a very poor family. On their return from their trip, the father asked his son, "How was the trip?"
"It was great, Dad."
"Did you see how poor people can be?" the father asked.
"Oh Yeah" said the son.
"So what did you learn from the trip?" asked the father.
The son answered, "I saw that we have one dog and they had four. We have a pool that reaches to the middle of our garden and they have a creek that has no end. 
We have imported lanterns in our garden and they have the stars at night.  Our patio reaches to the front yard and they have the whole horizon. We have a small piece of land to live on and they have 
fields that go beyond our sight.  We have servants who serve us, but they serve others.  We buy our food, but they grow theirs.  We have walls around our property to protect us, they have friends to 
protect them."
With this the boy's father was speechless. Then his son added, "Thanks dad for showing me how poor we are."
Too many times we forget what we have and concentrate on what we don't have. What is one person's worthless object is another's prize possession. It is all based on one's perspective. Makes you wonder 
what would happen if We all gave thanks for all the bounty we have, instead of worrying about wanting more. Take joy in all you have, especially your friends.


 

เคยได้ยินเรื่องนี้ไหมครับ เป็นเรื่องครูเชียงรายที่ "ทักษิณ ชินวัตร"
นำมาเป็นตัวอย่างเป็นประจำครูคนหนึ่งตั้งคำถามกับเด็กว่า "ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท
จะได้รับเงินทอนเท่าไร" เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า "7 บาท" แต่มีเด็ก 2 คนที่ตอบไม่เหมือนกับคนอื่น คนหนึ่งตอบว่า "2 บาท" อีกคนหนึ่งตอบว่า "ไม่ต้องทอน"
ครูถามเด็กคนแรกว่าทำไมถึงได้เงินทอน 2 บาท คำตอบที่ได้ก็คือภาพในใจของเขาสำหรับเงิน 10 บาท คือ เหรียญห้า 2เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ให้เหรียญห้า 1 เหรียญ ดังนั้น จึงได้เงินทอน
2บาท ถามเด็กคนที่สองว่าทำไมไม่เหลือเงินทอนเลย คำตอบก็คือเด็กคนนี้คิดว่าในกระเป๋ามีเหรียญบาท 10 เหรียญเมื่อซื้อของราคา 3บาท เขาก็ส่ง เหรียญบาทให้ 3 เหรียญ  เพราะฉะนั้นคนขายจึงไม่ต้องทอนเงินให้เขา
โชคดีที่เป็นการถาม-ตอบในห้องเรียน ลองนึกดูสิครับว่าถ้าโจทย์นี้เป็นข้อสอบที่มีคำตอบเป็น    ก-ข-ค-ง
เด็ก 2 คนนี้ก็คงไม่ได้คะแนนจากคำตอบที่ผิดเพี้ยนจากคนส่วนใหญ่ การสร้างโจทย์ที่ "เสมือนจริง" จินตนาการของ "ครู"อาจถูกจำกัดเพียงแค่ "ตัวเลข" แต่สำหรับเด็ก จินตนาการของเขาไร้กรอบ              
10 บาท จึงสามารถเปลี่ยนเป็นเหรียญสิบ เหรียญห้า หรือเหรียญบาท ถ้าเมืองไทยมีเหรียญ 2 บาท เราอาจได้คำตอบเพิ่มอีก 1 คำตอบ คือ ได้เงินทอน 1 บาท โลกในห้องเรียนกับโลกของความเป็นจริงนั้นแตกต่างกัน
โลกในห้องเรียน ทุกคำถามส่วนใหญ่มีเพียง 1 คำตอบ  แต่โลกของความเป็นจริง  ทุกคำถามอาจมีคำตอบที่ถูกต้องได้เกิน 1 คำตอบ
 
 
 
อาจารย์สอนยูโดชาวญี่ปุ่นอายุปูนปัจฉิมวัยคนหนึ่งชวนลูกศิษย์หนุ่มชาวอเมริกันเดินทอดน่องไปตามชายหาดยามเย็น ช่วง
หนึ่งของการสนทนาอาจารย์ใช้ไม้เท้าขีดเส้นสองเส้นคู่ขนานลงไปบนผืนทรายขาวละเอียด เส้น
หนึ่งยาวประมาณ 5 ฟุต อีกเส้นหนึ่งยาวประมาณ 3 ฟุต"เธอลองทำให้เส้นที่ยาว 3 ฟุต ยาวกว่าเส้นที่ยาว 5 ฟุต
ให้อาจารย์ดูหน่อยสิ"เสียงอาจารย์บอกเป็นเชิงท้าทายอยู่ในทีลูกศิษย์อเมริกันหยุดคิดพินิจเส้นทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งก็
เผยยิ้มที่ริมฝีปากเหมือนค้นพบคำตอบเธอบรรจงใช้เท้าข้างหนึ่งค่อยๆลบรอยเส้นตรงที่ยาวประมาณ5 ฟุตนั้นให้สั้นลงจนเหลือนิดเดียว โดยวิธีนี้เส้นที่ยาวราว 3
ฟุตจึงโดดเด่นขึ้นมาแทน ลบเสร็จเธอเงยหน้าสบตาอาจารย์พลางขอความเห็น"เช่นนี้ ใช้ได้หรือยังครับ"ผู้เป็นอาจารย์ใช้ไม้เท้าเคาะหัวเธอเบาๆ หนึ่งทีก่อนบอกว่า
"ใช้วิธีนี้ ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้มเหลว รู้ไหม?คนที่คิดจะยกตัวเองให้สูงขึ้นโดยการทำร้ายคู่แข่งนั้น ไม่สู้ฉลาดเลย ทางทีดี จงยกตัวเองขึ้น แต่อย่าลดคนอื่นลง"ว่าแล้วอาจารย์ก็ขีดเส้นทั้งสองใหม่แล้วสาธิตให้ดูโดยการปล่อยเส้นที่ยาว 5 ฟุตไว้อย่างเดิมแต่ขีดเส้นที่ยาว 3 ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น 10 ฟุตฝ่ายลูกศิษย์ยังคงกังขา
"คู่แข่งของเธอ ไม่ใช่ศัตรู แต่คือครูของเธอและเขาคือคนสำคัญที่จะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม เธอลองคิดดู หากไร้เสียซึ่งคู่แข่งเธอจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำงานขนาดไหน ไม่มีอัปลักษณ์ เธอจะรู้จักความสวยงามได้อย่างไรคู่แข่งขันของเรายิ่งเก่ง ยิ่งฉลาดล้ำก็จะทำให้เรารู้จักขยับตัวเองขึ้นไป
ให้สูงส่งยิ่งขึ้นนักสู้ที่ดีนั้น เขายืนหยัดอยู่ในสังเวียนได้เพราะมีคู่ต่อสู้ที่เข้มแข็งคู่ต่อสู้ที่อ่อนแออาจทำให้เราเป็นผู้ชนะ แต่ชัยชนะนั้นมักไม่ยืนยงคนที่พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยการฆ่าน้อง ฟ้องนายและขายเพื่อนถึงแม้จะทำได้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณไม่อาจเอ่ยอ้างได้อย่างเต็มภาคภูมิ การ
เลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรมกับการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ก้าวไปตามวิถีทางของเขาอย่างเสรีนั้น มีผลลัพธ์ต่างกันเพียงไร
"การเลื่อนตัวเองขี้น พร้อมกับลดคนอื่นลง เธออาจชนะแต่ก็มีศัตรูเป็นของแถม"การเลื่อนตัวเองขึ้นแต่ไม่ลดคนอื่นลงเธออาจเป็นผู้ชนะพร้อมกับมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้นมากมายวิธีไหนจะดีกว่ากัน?"
 

HUMOR

Language Things...
1. ในสมัยของเช็คสเปียร์ที่นอนจะถูกยึดกับเตียงด้วยเชือกเมื่อคุณยิ่งดึงเชือก ที่นอนก็จะยิ่งแน่นขึ้นทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเตียงตึงดีพร้อมจะนอนแล้ว....ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า " goodnight,sleep tight "
2. ส่วนคำว่า " Rule of Thumb "มีประวัติมาจากกฎหมายอังกฤษโบราณซึ่งตราเอาไว้ว่า "ชายมิอาจใช้สิ่งใดที่โหดร้ายไปกว่านิ้วโป้งทุบตีภรรยาตน"
3.เป็นที่ยอมรับและปฏิบัติกันทั่วไปในบาบีโลนเมื่อสึ่พันปีก่อนว่าหลังพิธีแต่งงาน ภายในหนึ่งเดือนแรก พ่อตาจะต้องนำเหล้ามธุรสซึ่งปรุงจากน้ำผึ้ง (Mead) มาปรนเปรอลูกเขยเท่าที่ลูกเขยจะดื่มได้ และเนื่องด้วยชาวบาบีโลนถือปฏิทินตามจันทรคติ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงเรียกว่า........" Honey month " หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า..... ..."
Honeymoon " ....
เรื่องที่ 4. (เด็ดสุด)....สมัยอังกฤษโบราณ...บุคคลมิอาจร่วมประเวณีกันโดยปราศจากการยิมยอมของกษัตริย์ ดังนั้นเมื่อชายห?ิงต้องการจะมีบุตร จึงจะต้องได้รับพระราชานุ?าตจากกษัตริย์ก่อน....และกษัตริย์จะพระราชทานใบปิดซึ่งจะต้องนำไปปิดไว้ที่ประตูหน้าบ้านระหว่างที่มีการร่วมประเวณี....ซึ่งจะมีข้อความว่า "ให้ผิดประเวณีได้ภายใต้พระบรมราชานุ?าตของกษัตริย์""......ซึ่งภาษาอังกฤษเค้าเขียนอย่างนี้
" Fornication Under Consent of the King "
ซึ่งปัจจุบันคนทั่วโลกนิยมเรียกเป็นคำย่อครับ

 

> > Subject: คำถามเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์

 มีพ่อลูกคู่นึงยืนสนทนากันอยู่ลูกกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่นจึงมีคำถามเกี่ยว  กันเรื่องเพศสัมพันธ์มาถามพ่อ

 ลูก - พ่อครับทำไม การมีเพศสัมพันธ์ทำให้มีความรู้สึกยังไงครับ 

พ่อ-ก็มันเหมือนกับการที่เอ็งเอานิ้วเอ็งไปแคะขี้มูกในจมูกของเอ็งแหละ

ลูก  - แล้วทำไมเวลามีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงถึงร้องครวญคราง เหมือนมีความ  รู้สึกดีกว่าผู้ชายครับ

พ่อ - อ้าว.. แล้วเวลาเอ็งแคะขี้มูก เอ็งรู้สึกว่า นิ้วของเอ็งดีขึ้น หรือ ว่ารูจมูกของเอ็งดีขึ้น...

 ลูก - ในเมื่อผู้หญิงรู้สึกดีขึ้น แล้วทำไมผู้หญิงถึงเกลียดการข่มขืนล่ะ

 พ่อ - มันไม่เหมือนกัน แล้วถ้าเอ็งเดินอยู่บนถนนแล้วมีคนวิ่งมาเอานิ้วมา  ทิ่มจมูกเอ็งนะ เอ็งจะชกเขามั้ย

 ลูก -แล้วทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบมีเพศสัมพันธ์กันในระหว่างมีประจำเดือน

 พ่อ - แล้วถ้าจมูกของเอ็งเลือดไหลอยู่ เอ็งจะแคะขี้มูกมั้ย..

 ลูก -ทำไมผู้ชายถึงไม่ชอบใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์

พ่อ -แล้วถ้าพ่อบังคับเอ็งใส่ถุงมือแคะขี้มูกเอ็งจะรู้สึกยังไง

 ลูก - มีอีกคำถามครับพ่อ ผู้หญิงทำไมชอบบรรยากาศเงียบ ๆ สลัว ๆขณะที่เธอมี ความต้องการ

 พ่อ - อ้าว..แล้วพ่อใช้ให้เอ็งแคะขี้มูก หน้าชั้นเรียนเอ็งจะทำได้มั้ย..โธ่ ลูกพ่อเอ๊ย......

ลูก - "พ่อครับ พ่อเก่งจังเลย"

 

 

Really confusing joke !!!
 
Lee Sum Wan : Hello can i speak to Annie Wan
Mr Sori : Yes u could speak to me.
Lee Sum Wan : No, i want to speak to Annie Wan!
Mr Sori : You are talking to someone! Who is this?
Lee Sum Wan : Im Sum Wan. And i need to talk to Annie Wan! Its urgent.
Mr Sori : I know u are someone and u want to talk to anyone! But whats 
this
urgent matter about?
Lee Sum Wan : Well just tell my sister Annie Wan that our brother was
involved in an accident.  Noe Wan got injured and now Noe wan is being 
sent
to the hospital....  Right now Avery Wan is going to the hospital.
Mr Sori : Look if no one was injured and no one was sent to the 
hospital
from the accident that isnt an urgent matter! You may find this 
hilarious
but i dont have time for this!!!
Lee Sum Wan : You are rude. Who are you?
Mr Sori : Im Sori.
Lee Sum Wan : You should be sorry. Now give me your name!
Mr Sori : Im Sori!!
Lee Sum Wan : I dont like your tone of voice Mr and i dont care, give 
me
your name!
Mr Sori : Look lady, I told you already Im Sori! Im Sori!! Im SORI!!! 
you
didnt even give me your name!
Lee Sum Wan : I told u before im Sum Wan! Sum Wan!!! You better be 
careful
my father is Sum Buddy.  And my uncle holds a very big position in the
company. He is Noe Buddy.
Mr Sori : Oh im so scared(sarcastically).Look i dont care about ur 
uncle
he's a nobody. Everybody thinks his top dog and holding an important
position in the company.
Lee Sum Wan : No Avery Buddy just married my aunt. And Avery Buddy 
doesn't
work there.
Mr Sori : Like i said i dont care which one of ur aunt screws everybody 
and
i also know that not everybody works here! Jeez!!!
Lee Sum Wan : Wheech Wan is my sis!
Mr. Sori : I dont know which one is ur sis! Why in gods name u think i 
do!?
Look i got work to do and if im feeling mischievious i'll broadcast
it on the P.
 
A system saying. "Attention, someone called and said that  anyones 
brother
just got involved in an accident. But not to worry no one got injured 
and
no one was sent to the hospital. But everyone is  going to the hospital
anyways. The father maybe a somebody but if u're their uncle, u're a
nobody. "how bout that!?"
Toot....Toot....Toot.................

 

CHICKEN FUNNY QUESTION

page: Section1}คำถาม :ลูกไก่จะข้ามถนน คุณมีความเห็นอย่างไร ?

Albert Einstein : คุณทราบได้ไงว่าลูกไก่จะข้ามถนน อาจจะเป็นถนนเคลื่อนที่ลอดลูกไก่ก็ได้

Isaac Newton :1. ไก่ที่อยู่กับที่ก็พยายามจะอยู่กับที่ ไก่ที่เคลื่อนที่ก็มีแนวโน้มจะข้ามถนน 2. มันถูกผลักโดยไก่ตัวอื่น 3. มันถูกดึงโดยไก่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน

Stephen Hawkings :มันถูกกำหนดมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดบิ๊กแบงแล้ว

Charles Darwin :เพราะนั่นเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลหลังจากที่มันลงจากต้นไม้ แล้วลูกไก่ตัวที่เหมาะสมที่สุดจะข้ามถนน

คลินตัน : No. I didn't have sexual relationship with that chicken !

Bill Gates : เราได้บรรจุโปรแกรมการข้ามถนนของลูกไก่ไว้ใน Ms windowเวอร์ชั่นใหม่เรียบร้อยแล้ว

อคิมีดีส : ถ้าหาคานยาว ๆและจุดโมเมนตั้มที่เหมาะสมให้ลูกไก่ได้ละก็มันจะไม่ต้องลำบากเดินข้ามถนนเองหรอก

John F. Kenedy : อย่าถามว่าลูกไก่จะข้ามถนนหรือไม่ แต่จงถามว่าถนนจะยอมให้ลูกไก่ข้ามหรือเปล่า

เติ้งเสี่ยวผิง : จะไก่ดำหรือไก่ขาวก็ไม่สำคัญ ขอให้ข้ามถนนได้สำเร็จก็พอ
นายพลแมคอาเธอร์ : Chickens shall return !

Neil Armstrong : ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ก้าวเล็ก ๆ ของลูกไก่ตัวหนึ่ง แต่มันเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมวลหมู่ลูกไก่ทั้งหลาย

เผ่าอินเดียนแดง :ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ลูกไก่จะทำไม่ได้

นโปเลียน : ลูกไก่เดินข้ามถนนได้ด้วยท้อง
โธมัส เอลวา เอดิสัน :ถึงลูกไก่จะข้ามถนนไม่สำเร็จในความพยายามหนึ่งพันครั้งแรก ก็ไม่ได้แปลว่ามันล้มเหลวโดยสิ้นเชิงอย่างน้อยลูกไก่ก็รู้วิธีที่จะข้ามถนนไม่สำเร็จตั้งหนึ่งพันวิธีแน่ะ!

จูเลียส ซีซ่าร์ : ลูกไก่ไม่ได้ข้ามถนนเสร็จในวันเดียว

ขงจื๊อ : เพราะบรรพบุรุษของมันข้ามถนนมาก่อนหลายชั่วไก่

เหลาจื๊อ : ถ้าถนนนั้นมีชื่อละก็ สิ่งที่ลูกไก่ข้ามก็ไม่ใช่ถนน

จิวยี่ : ฟ้าให้ลูกไก่มาเกิด ใยต้องให้มีถนนมาขวางหน้าด้วย !

โจโฉ : ข้า ฯ ยอมให้ลูกไก่ข้ามถนน ดีกว่าให้ถนนข้ามลูกไก่

มาร์กซ์ : ลูกไก่ธรรมดาต้องใช้แรงงานในการเดิน ส่วนลูกไก่ศักดินาซีพีกลับได้นั่งรถขนไก่ไป ลูกไก่กรรมาชีพจงลุกขึ้นปฏิวัติ

มหาตมะ คานธี : ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกไก่จะข้ามถนน แต่ผมยินดีที่จะสละชีวิตของผมเพื่อปกป้องสิทธิของลูกไก่ในการที่จะข้ามถนน

บุช : เราจะปลดปล่อยลูกไก่ให้ข้ามถนนที่สร้างขึ้นมาใหม่ หลังจากขุดหาอาวุธเคมี ( แต่เจอน้ำมันแทน ) เรียบร้อยแล้ว

ซัดดัม : ( อ้ายบุช ) อย่าทำตัวเป็นลูกไก่ เก่งจริงมาชกกันตัวต่อตัว

ฮุนเซ็น : ก็แค่ลูกไก่ที่ฟักในพงหญ้าริมกำแพง angor wat

รงค์ วงษ์สวรรค์ : นาทีนั้นนางไก่สาวกำดัดกำลังสะดิ้งกาย ย้ายฝ่าเท้าลามเลียไปตามถนนสายพิศวาสสำออย !!!

เบิร์ด : ลูกไก่จ๋า เบิร์ดมาแล้วจ้ะ อยู่นี่แล้วล่ะ รีบข้ามมาไว ๆ

แอ๊ด คาราบาว : ข้ามแล้วภาคภูมิใจ ถนนคนไทยทำเอง

หม่อมเจ้าชาตรี ฯ :เราทำให้ลูกไก่ข้ามถนนได้เกินหน้าฝรั่งไปเยอะเลย

สมัคร สุนทร(โอษฐ์)เวช : แค่ลูกไก่จะข้ามถนนที่ถูกน้ำท่วม ผู้ว่าฯต้องออกไปดูด้วยเรอะ

คุณบรรหาร : ถ้าลูกไก่ข้ามถนนแถวสุพรรณละก็ เป็นถนนของผมทั้งนั้นแหละ

คุณชวน : เอ้อ ! ผมยังไม่ได้รับรายงานเรื่องลูกไก่ครับ ยังบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้

คุณทักษิณ : ลูกไก่รู้น้อยก็อย่าพูดมาก รีบข้ามถนนไปซะ

บิ๊กจิ๊ว : ใจเย็น ๆ ลูก (ไก่) ค่อย ๆ ข้ามไปนะ

 

LOVE

LOVE

I cannot promise you that  I will not change

I cannot promise you that I will not have many different moods

I cannot promise you that I will not hurt your feelings sometimes

I cannot promise you that I will not be erratic

I cannot promise you that I will always be strong

I cannot promise you that my faults will not show

But I do promise you that I will always be supportive of you

I do promise you that I will share all my thoughts and feelings with you

I do promise you that I will give you freedom to be yourself

I do promise you that I will understand everything that you do

I do promise you that I will be completely honest with you

I do promise you that I will laugh and cry with you

I do promise you that I will help you achieve all your goals

But most of all I do promise you that I will love you ,always

 

LOVE QUOTE (TOO MUCH?)

Subject: umm..ไม่ไหวแล้ว อ่านแล้วระวังคลื่นไส้ เรื่องเน่าๆ..แต่ถ้าใครได้ฟังแล้วเชื่อว่าก้ออดยิ้มไม่ได้(ไม่เชื่อก้อลองอ่านดู) ไปงาน Fat Festival ปีนี้มา ได้ไปซื้อของที่ร้านพี่โน้ต อุดมมาเพียบ

และได้สังเกตเห็นข้อ ความข้างถุงใส่ของของร้านพี่เค้า อ่านๆๆดู มันเน่าๆฮาๆดี แต่ก้อรู้สึกดีอ่ะนะ เลยมาแบ่งให้อ่านกัน

"รู้มั้ยว่าคุณเป็นคนสองใจ เพราะคุณเอาหัวใจของผมไปทั้งดวง"

>"เธอเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วรึป่าว ทำไมมันถึงเติมไม่เต็มสักที"

>"ใช่สิ พี่มันคนใจแคบ ในนั้นเลยมีที่ว่างให้น้องคนเดียว"

>"เป็นการยากที่จะเข้าใจในคำว่ารัก แต่ยากยิ่งนักหากจะรักอย่างเข้าใจ"

>"พี่มันเป็นคนไม่มีหัวใจ ก็เพราะหัวใจของพี่นั้นอยู่ที่น้อง" 

>"only you i need only sweet you are only star you be only me love you"

>"ผมคุณสวยจัง ไม่ว่าคุณจะใช้ครีมนวดยี่ห้ออะไร ผมก็มั่นใจว่าคุณรักผม"

>"ทำไมคุณไม่มีญาติเป็นสไปเดอร์แมนนะ... จะได้มีเยื่อใยให้กันบ้าง"

>"ถ้าคุณไม่รักผมก็ฆ่าผมเถอะ แทงเข้ามาเลย แต่คุณอาจเจ็บหน่อยนะ เพราะว่าในนั้นมีคุณอยู่"

>"ความรักของผมกับคุณเหมือนเส้นขนาน แม้มันอาจจะไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่มันจะเคียงคู่กันไปตลอดกาล"

>"ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุกใจนั้นมีแต่คุณ"

>"เหนื่อยมั้ยคนดี ที่มาเดินอยู่ในหัวใจพี่"

>"ความรักที่ผมมีต่อคุณเปรียบเหมือนแมลงสาบ แม้โลกจะแตก มันก็ยังคงอยู่"

>"หน้าคุณเปลี่ยนไปเรื่อยๆหรือไง ทำไมมองยังไงก็ไม่เบื่อ"

>"ถามจริง โกรธมั้ย ที่ถูกผมรัก"

>"เดินดีๆนะน้อง ระวังจะสะดุดรักพี่"

>"เจอคุณคราวที่แล้ว ทำให้ผมไม่มีที่นอน เพราะความรักท่วมห้อง"

>"การได้พบคุณทำให้ผมกลัวตกนรก เพราะคุณทำให้ผมรู้ว่าสวรรค์นั้นมีจริง "

 

LOVE-HURT MUCH

มีประโยคนึงในหนัง IL MARE ที่น่าสนใจมาก..เขาบอกทำนองว่า.. ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ.. ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก
..
แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง
ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้ ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า..
มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก
เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น..
ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา
ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันฝืนกฏธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่า.. รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป
เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือหดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว
ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก.. แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฏเดียวกัน มันจะเกิดขึ้น.. ตั้งอยู่..แปรสภาพ แล้วก็จบลง รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้
เพราะวันนึง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า .. วันนี้เขาอยู่หรือจากไป สำคัญที่ว่า.. ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี .. ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้ ถึงวันนี้จะยังร้องไห้.. ก็คงไม่กระไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้
มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป.. ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน
ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องปล่าวๆ มองให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตไปด้วย นะคุณนะ ได้แต่อวยพรให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น แต่อย่าแข็งกร้าว
ขอให้อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง และขอให้วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้ วันที่เราจะไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป

 

 

 

 

SUCCESS/LIFE-INSPIRATION

อย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น

ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่าหยุด

ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก

 

MOTIVATION

  1. The happy person often walks, unshaken, along the path that a thousand unhappy people insist is wrong. 

  2. Happiness does not depend upon getting other people’s approval-it depends upon getting your own approval. 

  3. Don’t blame circumstances for your unhappiness-but do look for the circumstances to create happiness. 

  4. The optimist turns problem into opportunities.  The pessimist turns opportunities into problem. 

  5. It is of no use to lock you away with yourself if you are not prepared to accept that it is you that makes you unhappy. 

  6. Unhappiness comes from constantly debating the outcomes of things that can’t possibly be controlled.

 

COURAGE

หากพบกับความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าชีวิตคุณล้มเหลว เพียงแค่คุณยังทำมันไม่สำเร็จเท่านั้น

เมื่อบางอย่างล้มเหลว อย่างน้อย เราก็ๆได้เรียนรู้บางอย่างจากสิ่งที่เราทำ เมื่อเราล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าเราโง่

แต่เรามั่นใจและเต็มใจที่จะลองต่างหาก

ความล้มเหลวไม่ได้บอกว่าเลิกซะเถอะ คุณไม่มีหวังหรอก มันแค่บอกคุณต้องลองหาทางใหม่ ๆ

ความล้มเหลวไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ว่าคุณต้องต่ำ มันแค่บอกว่าคุณไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ (ซึ่งก็เหมือนใครๆ )

ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้คุณเสียเวลาไปเปล่า ๆ แต่เป็นเหตุผลที่ดีในการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ

ความล้มเหลวไม่ได้บอกให้คุณยอมแพ้ มันบอกกับคุณว่า พยายามให้มากขึ้น

ความล้มเหลวไม่ได้บอกว่าคุณไม่มีทางทำได้ มันเพียงแต่บอกว่าต้องใช้เวลาหน่อย

ทุกเช้าเมื่ออาทิตย์เริ่มจับขอบฟ้าในป่าอัฟริกา สิงโตรู้ว่ามันต้องวิ่งล่ากวางตัวที่วิ่งช้าที่สุด

ขณะเดียวกัน กวางเองก็รู้ว่ามันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ตาย จุดสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ว่า คุณเป็นสิงโตหรือกวาง

เพียงแต่วิ่งให้สุดกำลังของตน เมื่อถึงคราวก็พอ

 

 

 

If we shrink the earth's population to a village of precisely 100 people,

with all the existing human ratios remaining the same, it would look

something like the following:

There would be:

57 Asians

21 Europeans

14 from the Western Hemisphere, both north and south

8 would be Africans

52 would be female

48 would be male

70 would be non-white

30 would be white

70 would be non-Christian

30 would be Christian

89 would be heterosexual

11 would be homosexual

6 people would possess 59% of the entire world's wealth and all 6 would be

from the United States

80 would live in substandard housing

70 would be unable to read

50 would suffer from malnutrition

1 would be near death

1 would be near birth

1 (yes, only 1) would have a college education

1 (yes, only 1) would own a computer

When one considers our world from such a compressed perspective, the need

for acceptance, understanding and education becomes glaringly apparent.

And therefore...

If you have food in the refrigerator, clothes on your back, a roof overhead,

and a place to sleep, you are richer that 75% of this world.

If you woke up this morning with more health than illness, you are more

blessed than the million who will not survive this week.

If you have money in the bank, in your wallet, and spare change in a dish

someplace, you are among the top 8% of the worlds wealthy.

If you can attend a church meeting without fear of harassment, arrest,

torture, or death, you are more blessed than three billion people in the

world.

If you have never experienced the danger of battle, the loneliness of

imprisonment, the agony of torture, or the pangs of starvation, you are

ahead of 500 million people in the world.

If your parents are still alive and still married, you are very rare, even

in the United States.

If you can hold someone's hand, hug them, or even touch them on the

shoulder, you are blessed because you can offer a healing touch.

If you hold up your head with a smile on your face and are truly thankful,

you are blessed because the majority can, but most do not.

 

ENCOURANGEMENT ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนที่ล้มเหลว
แต่มันหมายถึง คุณไม่ประสบความสำเร็จต่างหาก
ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ประสพผลสำเร็จในสิ่งใดเลย
แต่มันหมายถึง คุณได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้น
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนโง่
แต่มันหมายถึง คุณมีความซื่อสัตย์มากเกินไปต่างหาก
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณขาดความสง่างาม
แต่มันหมายถึง คุณกำลังยินดีในความพยายามต่างหาก
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้มีมัน
แต่มันหมายถึง คุณไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณได้สูญเสียชีวิตไปแล้ว
แต่มันหมายถึง คุณมีเหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกไหม
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะล้มเลิก
แต่มันหมายถึง คุณต้องพยายามให้หนักกว่าเก่า
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ทำมันอีก
แต่มันหมายถึง คุณต้องใช้เวลามากกว่าเก่าอีกเล็กน้อย
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่แยแสคุณ
แต่มันหมายถึง พระเจ้ามีหนทางที่ดีกว่าสำหรับคุณต่างหาก

 

>>   > Beginning today
>>   > Beginning today I will no longer worry about yesterday.
>>   > It is in the past and the past will never change.
>>   > Only I can change by choosing to do so.
>>   > Beginning today I will no longer worry about tomorrow.
>>   > Tomorrow will always be there,
>>   > waiting for me to make the most of it.
>>   > But I cannot make the most of tomorrow
>>   > without first making the most of today.
>>   > Beginning today I will look in the mirror and I will
>>   > see a person worthy of my respect and admiration.
>>   > This capable person looking back at me is someone
>>   > I enjoy spending time with and someone
>>   > I would like to get to know better.
>>   > Beginning today I will cherish each moment of my life.
>>   > I value this gift bestowed upon me in this world and
>>   > I will unselfishly share this gift with others.
>>   > I will use this gift to enhance the lives of others.
>>   > Beginning today I will take a moment to step off the
>>   > beaten path and to revel in the mysteries I encounter.
>>   > I will face challenges with courage and determination.
>>   > I will overcome what barriers there may be which hinder
>>   > my quest for growth and self-improvement.
>>   > Beginning today I will take life one day at a time,
>>   > one step at a time.
>>   > Discouragement will not be allowed
>>   > to taint my positive self-image,
>>   > my desire to succeed or my capacity to love.
>>   > Beginning today I walk with renewed faith in human kindness.
>>   > Regardless of what has gone before,
>>   > I believe there is hope for a brighter and better future.
>>   > Beginning today I will open my mind and my heart.
>>   > I will welcome new experiences. I will meet new people.
>>   > I will not expect perfection from myself nor anyone else:
>>   > perfection does not exist in an imperfect world.
>>   > But I will applaud the attempt to overcome human foibles.
>>   > Beginning today I am responsible for my own happiness
>>   > and I will do things that make me happy,
>>   > admire the beautiful wonders of nature, listen to my
>>   > favorite music, pet a kitten or a puppy, soak in a bubble bath,
>>   > pleasure can be found in the most simple of gestures.
>>   > Beginning today I will learn something new;
>>   > I will try something different;
>>   > I will savor all the various flavors life has to offer.
>>   > I will change what I can and the rest I will let go.
>>   > I will strive to become the best me I can possibly be.